บียาร์เรอัล พบ แมนยู : 5 ประเด็นก่อนเกม ยูโรปาลีก รอบชิงชนะเลิศ คืนนี้
การแข่งขัน : ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบชิงชนะเลิศ
วันแข่งขัน : วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2021
เวลาแข่งขัน : 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่งขัน : บียาร์เรอัล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม : กดานสค์ สเตเดี้ยม ประเทศ โปแลนด์
ถ่ายทอดสด : UEFA.tv
1. ชะตาของ บียาร์เรอัล ขึ้นอยู่กับเกมนี้
ผู้ชนะในเกมรอบชิงชนะเลิศนี้ จะได้รับการการันตีให้ไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าด้วย อย่างไรก็ดี ยูไนเต็ด ที่จบอันดับ 2 ใน พรีเมียร์ลีก สามารถคว้าสิทธิ์ดังกล่าวเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในขณะที่คู่แข่งของพวกเขาพลาดโควต้าฟุตบอล ยุโรป ไปอย่างน่าเสียดายหลังจากที่บุกไปพ่าย เรอัล มาดริด ในเกมนัดปิดซีซั่น
และนั่นหมายความว่าเกมนี้จะสำคัญกับพวกเขามากเป็นพิเศษ...แต่มันจะมากเท่ากับความต้องการในการคว้าโทรฟี่ใบแรกของ โอเล กุนนาร์ โซลชา หรือไม่นั้นก็ต้องให้ผลงานในสนามเป็นเครื่องพิสูจน์เท่านั้น
2. ขาด แม็คไกวร์ อาจไม่แย่อย่างที่คิด
จุดแข็งที่สุดของ แม็คไกวร์ คือความสามารถทางการรับมือกับลูกกลางอากาศของเขาโดยเซ็นเตอร์แบ็คชาว อังกฤษ ติดท็อป 3 ของลีกในการเป็นผู้เล่นที่มีอัตราการดวลกลางอากาศชนะคู่แข่งมากที่สุดด้วยจำนวน 145 จาก 187 ครั้งแถมอีก 2 คนที่มีสถิติดีกว่าเขาต่างก็มีจำนวนนาทีในการลงเล่นที่น้อยกว่าทั้งนั้น
โดยเมื่อเทียบกับอีกสามเซ็นเตอร์แบ็คที่เหลืออยู่จะพบว่าตัวเลขของ แม็คไกวร์ ทิ้งห่างทั้ง ตวนเซเบ้, ลินเดอเลิฟ และ ไบญี แบบไม่เห็นฝุ่นเลย
อย่างไรก็ดีเมื่อดูตัวเลขของฝั่ง บียาร์เรอัล แล้วจะพบอีกเช่นกันว่าทีมจาก ลาลีกา มีจุดอ่อนอยู่ที่...ใช่แล้ว ลูกกลางอากาศ ทั้งจากตำแหน่งกองหลังและกองหน้าที่อัตราการเอาชนะการดวลกลางอากาศจัดว่าต่ำทีเดียว
ดังนั้นการขาดกัปตันไปก็อาจไม่ได้เสียหายมาก 'อย่างที่คิด' หากคำนึงว่าลูกดทีมของ อูไน เอเมอรี คงจะไม่ได้ใช้บอลยาวเล่นงาน ยูไนเต็ด เสียเท่าไหร่
3. จ้าวแห่งจุดโทษ
มีเพียง เอซี มิลาน ทีมเดียวเท่านั้นที่ทำประตูจากจุดโทษได้มากกว่า บียาร์เรอัล ใน ยุโรป พวกเขาได้โอกาสจบสกอร์จากการทำฟาวล์ในกรอบของคู่แข่งถึง 12 ครั้งในฤดูกาลนี้
ดังนั้นนี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่เซ็นเตอร์แบ็คของ ยูไนเต็ด ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาเลือกใช้งาน ไบญี ที่มักจะเข้าบอลโฉ่งฉ่างหรือ ตวนเซเบ้ ที่ยังขาดประสบการณ์อยู่พอสมควร
4. ตัวอันตรายของ บียาร์เรอัล
เคราร์ด โมเรโน ดาวซัลโวของทีมมีสถิติในการถล่มประตูที่น่าประทับใจไม่น้อยเลย เขายิงได้ทั้งหมด 29 ลูกจากทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 23 ในลีก และอีก 6 ใน ยูโรปา
นอกจากนี้ คาร์ลอส บัคก้า ดาวยิงที่อาจได้ออกสตาร์ทคู่กับ โมเรโน เองก็เพิ่งพิสูจน์ว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขหลังจากการทำแฮตทริคใส่ เซบีญา เมื่อสัปดาห์ก่อน
จำนวนประตูรวมของพวกเขาในลีกเป็นรองเพียง บาร์เซโลนา, เรอัล และ แอตเลติโก มาดริด เท่านั้น
โซลชา คงต้องหวังว่าลูกทีมของเขาจะไม่พลาดท่าเอาง่ายๆแบบที่แล้วๆมา มิฉะนั้นคงจะต้องโดนลงโทษอย่างสาสมแน่นอน
5. เจ้าพ่อ ยูโรปา
อูไน เอเมอรี เคยทำสถิติคว้าถ้วย ยูโรปาลีก ถึงสามสมัยติดกันกับ เซบีญา แถมตอนที่ได้โอกาสมากคุม อาร์เซนอล ก็ยังพาสังกัดใหม่ไปไกลถึงรอบชิงเสียด้วย
ในทางกลับกัน โซลชา กลับไม่มีประสบการณ์ในฐานะผู้จัดการทีมในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเลย
สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด