อีกนานไหม ? : อังกฤษ บนความเปลี่ยนแปลง และการต้องรอคอยไปอีกอย่างน้อย 2 ปี หลังพลาดแชมป์ ยูโร 2024 - OPINION

• เข้าชิง ยูโร 2 ครั้ง แพ้มันทั้งสองหน
• ใกล้เคียงแค่ไหน อังกฤษ ก็ยังไปไม่ถึงแชมป์ที่รอคอย
• จากนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงขนาดไหนอย่างไร และต้องรออีกกี่นานกว่าจะถึงจุดหมาย
Spain v England: Final - UEFA EURO 2024
Spain v England: Final - UEFA EURO 2024 / Richard Sellers/Allstar/GettyImages
facebooktwitterreddit

ฟุตบอลโลก 2002 : ดรีมทีม โดนฟรีคิกผีจับยัดของ โรนัลดินโญ่

ยูโร 2004 : แพ้จุดโทษ โปรตุเกส รอบ 8 ทีม

ฟุตบอลโลก 2006 : แพ้จุดโทษ โปรตุเกส รอบ 8 ทีม ซ้ำอีก

ยูโร 2008 : แหกโค้ง ตกรอบคัดเลือก

ฟุตบอลโลก 2010 : แฟร้งค์ แลมพาร์ด ยิงเข้าแล้วแต่ไม่ได้ สุดท้ายแพ้ เยอรมนี 1-4 รอบสอง

ยูโร 2012 : แพ้จุดโทษ อิตาลี รอบ 8 ทีม

ฟุตบอลโลก 2014 : เหลือเชื่อว่าไม่ชนะใครเลย (เสมอ 1 แพ้ 2) จนตกรอบแรก

ยูโร 2016 : พลิกแพ้ทีมอย่าง ไอซ์แลนด์ 1-2 ตกรอบ 16 ทีม

ฟุตบอลโลก 2018 : ต่อเวลาแพ้ โครเอเชีย ทั้งที่ขึ้นนำก่อนตั้งแต่ 5 นาทีแรก ก่อนแพ้นัดชิงที่ 3

ยูโร 2020 : แพ้จุดโทษ อิตาลี นัดชิง

ฟุตบอลโลก 2022 : แฮร์รี่ เคน กดจุดโทษท้ายเกมข้ามคาน แพ้ ฝรั่งเศส 1-2 รอบ 8 ทีม

ยูโร 2024 : ฮึดตีเสมอได้แล้ว แต่โดน สเปน ยิงคว้าชัย น.86 แถมโดน ดานี่ โอลโม่ โขกทิ้งจากเส้นจนสกอร์ 2-2 ไม่มา

ช้ำแล้วช้ำเล่า & ซ้ำแล้วซ้ำอีก สำหรับบทสรุปจบแต่ละทัวร์นาเมนต์ของ อังกฤษ

ซึ่งที่จริง จะย้อนไปไกลกว่านี้ก็ยังได้ กับ "เรื่องเล่า" ในฉากจบของทัพสิงโตคำราม ทั้งใน ฟุตบอลโลก และ ยูโร แต่โบราณนานมา

เฉี่ยวแค่ไหน ใกล้เพียงใด แต่ "ไม่ถึง" ก็คือ "ไม่ถึง"

อังกฤษ ต้องรอความสำเร็จต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี กับ ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา - แคนาดา - เม็กซิโก ที่ก็แน่นอนอยู่แล้วว่า พวกเขาต้องเหนื่อยอีกเยอะทั้งการผ่านรอบคัดเลือก และการเตรียมต้องเจองานหนักในรอบสุดท้าย

คำถามคือ อะไรที่รอ อังกฤษ อยู่บ้างถัดจากนี้

และแม้จะเหนื่อยจนท้อมาหลายสิบปี แต่ต้องรอจนถึงเมื่อไหร่กันล่ะ...


เซาธ์เกต...ยังไงดี

แรกสุดที่เป็นประเด็น เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด ก็คือตำแหน่งผู้จัดการทีม

แกเร็ธ เซาธ์เกต ควรไปต่อหรือไม่ ภายใต้สัญญาฉบับปัจจุบันที่เหลือจนถึงช่วงสิ้นปีนี้

ระหว่าง...

  • ไปต่อ

    - เข้าชิง ยูโร 2 ครั้งซ้อน

    - อันดับ 4 บอลโลก 2018 > ชิงยูโร 2020 > 8 ทีมบอลโลก 2022 > ชิงยูโร 2024

    - แม้มีไม่แชมป์ แต่ก็ทำทีมไปไกลสุดในบรรดากุนซืออังกฤษ (ถ้าไม่นับแชมป์โลก 1966)

    - ทรงอาจไม่สวย แต่เป็นฟุตบอลเน้นผล

    - อายุอานามยังไม่เยอะ ยังไปต่อได้ในวัย 53
  • พอเถอะพี่

    - ชิงยูโร 2 หนก็จริง แต่ก็ไม่ได้แชมป์ไง

    - เน้นผลก็ใช่ แต่ทรงฟุตบอลแย่มาก โดยเฉพาะเมื่อดูจากทรัพยากรนักเตะ

    - กระเสือกกระสนขนาดไหนกว่าจะถึงชิง ยูโร 2024

    - เก่งแต่กับทีมเล็ก เจอทีมใหญ่เมื่อไหร่ก็จอด

    - เกรแฮม พ็อตเตอร์, เอ๊ดดี้ ฮาว, ไมเคิ่ล คาร์ริค, สตีเว่น เจอร์ราร์ด พร้อมเป็นตัวเลือก

อะไรเหล่านี้ คือเรื่องที่เราต่างเห็น และ เอฟเอ รวมถึงตัว เซาธ์เกต เองก็ย่อมรู้ดี

จะเลือกทางไหน ก็แล้วแต่ใจเธอ

Gareth Southgate
Spain v England: Final - UEFA EURO 2024 / Dan Mullan/GettyImages

แฮร์รี่ เคน ล่ะ?

กดไป 3 ประตู เป็นหนึ่งในดาวซัลโว ยูโร 2024 แต่เอาจริงๆ ควรถือว่า แฮร์รี่ เคน มีทัวร์นาเมนต์ที่ค่อนไปทาง "ล้มเหลว" มากกว่าประสบความสำเร็จ

ด้วยเพราะการเล่นในหลายๆ เกม หลายๆ จังหวะที่ไม่คุกคามกองหลังมากเท่าที่ควร ไม่พาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการปิดสกอร์ รวมถึงบางครั้งบางคราวก็ใช้โอกาสเปลืองไปหน่อย -- ยิงได้ 3 ลูกจากโอกาสยิงทั้งหมด 18 หนตลอดรายการ (เฉลี่ยนัดละ 2.58 ครั้ง)

นี่คือมาตรฐานที่หล่นลงไปชัดเจน เมื่อเทียบกับการกระหน่ำ 44 ประตูให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ในซีซั่นที่ผ่านมา

แม้แต่ แกเร็ธ เซาธ์เกต เองก็มองเห็นถึงข้อนี้ จึงได้เลือกถอด เคน ออกในช่วงชี้เป็นชี้ตาย ตั้งแต่เกมกับ สวิตเซอร์แลนด์ (น.109 ไอแวน โทนี่ย์ ลงแทน), เกมกับ เนเธอร์แลนด์ (น.81 โอลลี่ วัตกิ้นส์ ลงแทน) และเกมชิงแชมป์กับ สเปน (น.61 วัตกิ้นส์ แทนเหมือนเดิม)

ในวัยกำลังจะ 31 (สิ้นเดือนนี้) จึงเป็นคำถามว่า เคน ควร (ได้) ไปต่อกับ อังกฤษ อยู่หรือไม่

นี่คือหน้าที่ของ เซาธ์เกต หรือใครก็ตามที่อาจมาแทน จะต้องตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของผู้เขียน เคน ยังควรเป็นหัวหอกตัวความหวังของชาติต่อไป ด้วยเพราะ

1) ดูเหมือนว่า เคน จะมา ยูโร 2024 แบบไม่ถึงกับเต็มร้อย ด้วยปัญหาบาดเจ็บแผ่นหลังในช่วงท้ายซีซั่น ซึ่งทำให้พลาดลงเล่นกับ บาเยิร์น 2-3 นัดสุดท้ายในเดือน พ.ค. มาแล้ว ซึ่งเมื่อสภาพร่างกายไม่ฟิตปั๋ง ก็ย่อมส่งผลกับฟอร์มการเล่นโดยปริยาย

2) อย่างไรเสีย อังกฤษ ก็ยังไม่มี "ดาวยิงที่ดีไปกว่า" เคน ไม่ว่าจะในชุดนี้ที่มี โอลลี่ วัตกิ้นส์ กับ ไอแวน โทนี่ย์ หรือตัวหลุดอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, คัลลั่ม วิลสัน, เอ๊ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ไปจนถึงเด็กดาวรุ่ง 19-20-21 ที่ยังชั้นไม่ถึงจะขึ้นชุดใหญ่

ฉะนั้น ตราบใดที่ เคน ยังยิงไม่หยุดกับ บาเยิร์น ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยุติเส้นทางกับ อังกฤษ ลง

Harry Kane
Spain v England: Final - UEFA EURO 2024 / Stefan Matzke - sampics/GettyImages

เก่าไปใหม่มา

เรื่องของ เคน คงไม่น่ามีอะไรสลับซับซ้อน (และไม่น่ามีเซอร์ไพรส์) อย่างที่สรุปไว้ข้างต้น

แต่กับตำแหน่งอื่นๆ ล่ะ จะมีความเปลี่ยนแปลง และควรเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน

ถ้าวัดกันเรื่องอายุอานาม ผู้อาวุโสสุดอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ กองหลังวัย 34 นำมา เช่นเดียวกับ คีแรน ทริปเปียร์ วัย 32 และ ลูอิส ดังค์ 32 เช่นกัน

ทั้ง 3 สามารถเลิกเล่นทีมชาติได้แล้วทั้งหมด เมื่อตัวตายตัวแทนมีอยู่ ไม่ได้ขาดแคลน

แต่นอกนั้น คงเป็นเรื่องต้องพิจารณากันตัวต่อตัว ตำแหน่งต่อตำแหน่ง ว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป หรือใครจะถูกเติมเข้ามา เมื่อทั้งหมดยังอายุไม่เกิน 30 (มีแต่ แฮร์รี่ เคน คนเดียวกำลังจะ 31) ทั้งสิ้น

ประเมินด้วยสายตา คงได้ประมาณนี้

ไปต่อแน่ๆ : จอร์แดน พิคฟอร์ด, จอห์น สโตนส์, มาร์ก เกฮี, ลุค ชอว์, เทรนท์, ดีแคลน ไรซ์, ค็อบบี้ เมนู, จู๊ด เบลลิงแฮม, ฟิล โฟเด้น, โคล พาลเมอร์, อดัม วอร์ตัน, แฮร์รี่ เคน, บูกาโย่ ซาก้า, แอนโธนี่ กอร์ดอน

ไม่ต้องแล้วก็ได้ : ไคล์ วอล์คเกอร์, คีแรน ทริปเปียร์, ลูอิส ดังค์, ดีน เฮนเดอร์สัน, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, จาร์ร็อด โบเว่น, คัลลั่ม วิลสัน

50/50 : โจ โกเมซ, เอซรี่ คอนซ่า, โอลลี่ วัตกิ้นส์, ไอแวน โทนี่ย์, เอเบเรชี่ เอเซ่

น่าเติมเข้ามา : เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด, จาร์แร็ด แบรนธ์เวท, จาร์เรล ควอนซาห์, เบน ชิลเวลล์, ลีวาย โคลวิลล์, เจมส์ แมดดิสัน, เคอร์ติส โจนส์, แจ๊ค กรีลิช, ซามูเอล อิลลิ่ง-จูเนียร์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, มอร์แกน โรเจอร์ส

ส่วนอีกคนที่อยู่ในคำถาม ว่าจะเอาอย่างไรดี คือ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ในวัย 31 ซึ่งหลุดจาก ยูโร 2024 เพราะปัญหาบาดเจ็บ

นั่นน่ะสิ... แม็กไกวร์ ยังไงดีหนอ

Declan Rice.  Kyle Walker
Spain v England: Final - UEFA EURO 2024 / Robbie Jay Barratt - AMA/GettyImages

มองข้ามรอบคัดเลือกไปเสีย

สิ่งที่รอ อังกฤษ อยู่ในครึ่งปีหลัง ถัดจากนี้ ก็คือ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2024/25 ที่พวกเขา "ตกชั้น" จาก ลีกเอ โทษฐานเป็นบ๊วยของกลุ่ม (1 อิตาลี, 2 ฮังการี, 3 เยอรมนี, 4 อังกฤษ) ในเวอร์ชั่นก่อน และต้องเจอกับทีมเกรดรองลงไปใน ลีกบี เพื่อให้ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปอีกครั้ง

  • กันยายน : พบ ไอร์แลนด์, ฟินแลนด์

    ตุลาคม : พบ กรีซ, ฟินแลนด์

    พฤศจิกายน : พบ กรีซ, ไอร์แลนด์

ตามมาตรฐาน ถ้าไม่ได้มีการทดลองทีมมากจนเกินไป อังกฤษ มีสิทธิ์ผ่านทั้ง 6 เกมด้วยชัยชนะรวดๆ

ส่วนจากนั้นในช่วงต้นปี 2025 (มีนาคม) ก็จะเป็นการเริ่มต้น "รอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2026" ของโซนยุโรป ซึ่งจะลากยาวไปตลอดทั้งปี

แต่แม้การจับสลากแบ่งสาย คัดบอลโลก 2026 ยุโรป จะยังไม่เริ่มขึ้น ก็พอเข้าใจได้ว่า อังกฤษ จะไม่เจอปัญหาอะไรมากมาย แน่อยู่แล้ว

มองข้ามรอบคัดเลือกนี่ไปเลยก็ยังไหว เชื่อได้ว่า อังกฤษ จะไม่พลาดรอบสุดท้าย จากโควตาที่ได้ 16 ชาติยุโรป

เพียงแต่ปัญหา, และพื้นที่นี้ก็ย้ำตลอดมา, ก็คือการที่ อังกฤษ มักไปไม่เป็นเสมอเมื่อต้องเจอ "ทีมใหญ่" ในรอบสุดท้าย

จุดจบของ อังกฤษ โดย เซาธ์เกต ใน 4 ทัวร์นาเมนต์ ก็เป็นพยานปากเอกของเรื่องนี้

  • 2018 แพ้ โครเอเชีย รอบตัดเชือก และแพ้ เบลเยียม ชิงที่ 3

    2020 แพ้ อิตาลี นัดชิง

    2022 แพ้ ฝรั่งเศส รอบ 8 ทีม

    2024 แพ้ สเปน นัดชิง

เอฟเอ เริ่มจับทางถูก วางแผนได้ถูกแล้วกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่เทียบเชิญทั้ง บราซิล และ เบลเยียม มาลับแข้ง

แต่ก็ควรมากกว่านี้อีก ต่อเนื่องขึ้นอีก เพื่อให้นักเตะของตัวเองได้มีภูมิคุ้มกัน ได้คุ้นเคยกับการเจอทีมใหญ่มากกว่าที่เป็น

Harry Kane
Spain v England: Final - UEFA EURO 2024 / Jean Catuffe/GettyImages

2 ปี... 4 ปี... 6 ปี... หรืออีกเท่าไหร่?

แรกสุดคือ อังกฤษ ต้องแก้ที่ตัวเอง ให้ "กล้าเล่น" กว่าที่เป็นใน ยูโร 2024

ถัดมา ก็คือความชัดเจนว่า อังกฤษ ต้องข้ามผ่านทั้ง สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปรตุเกส และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาร์เจนติน่า ไปให้ได้--ถ้าต้องเจอกัน เพื่อขึ้นสู่บัลลังก์

ตอนนี้ไม่นับ บราซิล ด้วย ที่ลดระดับลงไปเยอะ กำลังอยู่ในจุดสร้างทีมใหม่

2 ปีข้างหน้า ฟุตบอลโลก 2026 ขุมกำลังนักเตะไม่น่าเปลี่ยนไปจากนี้นัก อย่างที่ว่าคือ หลายคนเพิ่ง 30 ยังไปได้ต่อ

4 ปีข้างหน้า ยูโร 2028 โฉมหน้าน่าจะเปลี่ยนไปเยอะพอสมควร และจะเป็นยูโรครั้งสำคัญมากๆ เมื่อจะจัดขึ้นใน UK & ไอร์แลนด์ โดยที่ อังกฤษ เป็นหนึ่งในชาติเจ้าภาพด้วย

6 ปีข้างหน้า ฟุตบอลโลก 2030 (โมร็อกโก-โปรตุเกส-สเปน) อังกฤษ คงเปลี่ยนไปเยอะจากตรงนี้ และคงคาดเดาอะไรได้ลำบาก

ไม่รู้เหมือนกัน ว่าการรอคอยแชมป์เมเจอร์ที่ยืดยาวมา 58 ปี และกำลังจะมี 60 ปีเป็นอย่างน้อย จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหนเหมือนกัน

แต่ท้ายสุด ก็คงต้องย้อนวนกลับมาที่จุดตั้งต้นนั่นแหละ... แกเร็ธ เซาธ์เกต หรือใคร เลือกเอาสักทาง!

Spain beat England 2-1 to win EURO 2024 title
Spain beat England 2-1 to win EURO 2024 title / Anadolu/GettyImages

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในศึก ยูโร 2024 ได้ที่นี่

feed